Keys - 13 กุญแจไขปริศนา โรงเรียนมรณะ
ตอนที่ 3 : ความฝัน
*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*
"กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
ฉันร้องลั่นด้วยความตกใจกับภาพที่เห็น แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกที ฉันก็กลับมาอยู่ในห้องเรียนอีกครั้ง ฉันมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่เห็นมันฟ้องว่าอยู่ในห้องเรียน โดยเฉพาะกระดานดำอันใหญ่ที่ติดอยู่ฝาผนังหน้าห้อง มันยังคงมีตัวหนังสือที่อาจารย์เขียนไว้ติดอยู่
นี่ฉันฝันไปหรือเนี่ย???
ฉันเผอเอามือกุมหน้าอก หัวใจของฉันเต้นรัว หยดเหงื่อเกาะพราวบนใบหน้าฉัน ภาพในความฝันเมื่อครู่ยังคงติดตาฉันอยู่
มันเหมือนจริงเหลือเกิน .....
ฉันมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง เย็นมากแล้ว ... ความมืดเริ่มย่างกรายเข้ามาแทนที่แสงสว่างตามธรรมชาติ ท้องฟ้ายังคงเป็นสีคราม ผิดกับก้อนเมฆที่ดูดแสงสีแดงจากดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าเอาไว้ มันเหมือนกับสีของโลหิตที่ลอยตัดกับสีครามของท้องฟ้าอย่างกลมกลืนชวนให้ขนลุก ฝูงนกกาบินกลับเข้ารังส่งเสียงน่ารำคาญ ค้างคาวฝูงใหญ่บินพาดผ่านท้องฟ้าคล้ายแพรผ้าสีดำที่กำลังปลิวไสวอยู่บนท้องฟ้า ...
ฉันลุกขึ้นอย่างสลึมสลือพร้อมกับถือกระเป๋าเดินออกไประเบียงทางเดินหน้าห้องเรียน
ไม่มีใครอยู่ที่ระเบียงเลยสักคนเดียว บรรยากาศแห่งความน่ากลัวนี้ ฉันคุ้นเคยมันอีกแล้ว
ฉันก้าวเดินตรงไปที่ทางออกของอาคาร เสียงฝีก้าวของฉันดังขึ้นเป็นจังหวะ หัวใจของฉันที่เคยเต้นรัวเริ่มเต้นช้าลงแต่ก็ยังไม่เป็นจังหวะ ฉันปาดเหงื่อที่เกาะบนใบหน้าออก
ฉันคิดไปถึงภาพในความฝันอีกครั้ง ...
คนคนนั้น คนที่กลายเป็นศพ ...
เขาเป็นใคร?
ใจฉันเต้นแรงขึ้นอีกแล้ว แค่คิดถึงภาพเมื่อครู่ที่มันยังติดในหัว บางที ฉันควรจะไปที่ห้องสมุด ถ้าหากคนคนนั้นเป็นพี่กายล่ะ!
ฉันออกวิ่งไปที่ห้องสมุด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับประตูใหญ่ของโรงเรียน อาคารเก่า ๆ ตั้งอยู่เบื้องหน้าของฉัน ประตูไม้เก่า ๆ ปิดเอาไว้ แต่แสงสว่างยังคงส่องออกมาตามซี่ไม้
ฉันยื่นมือออกไปแตะประตู
เอี๊ยด......
มันค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างง่าย ๆ เนื่องจากไม่ได้ล็อคเอาไว้ ฉันลองส่องมองเข้าไป แสงสว่างส่องออกมาจากโคมไฟที่โต๊ะบรรณารักษ์ แต่ไม่มีใครสักคนประจำอยู่ที่โต๊ะ ฉันพยายามมองตรงลึกเข้าไปในห้องสมุด ที่ชั้นหนังสือต่าง ๆ เพื่อหาดูว่ามีใครอยู่หรือไม่ ฉันมองลึกเข้าไป แต่แสงจากโคมไฟอันเล็กไม่สามารถส่องลึกเข้าไปได้ มันส่องไปได้ถึงแค่ตู้หนังสือที่สามเท่านั้น
"มีใครอยู่บ้างไหมคะ"
ฉันตะโกนเข้าไปก่อนจะเปิดประตูออกให้กว้างแล้วก้าวเข้าไปช้า ๆ
"มีใครอยู่บ้างไหมคะ?"
ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา นอกจากเสียงสะท้อนของฉันเอง ...
กับเสียงกุกกักที่ดังออกมาจากข้างในห้องสมุด .... ลึกเข้าไป
ตอนนี้ฉันก็ได้ตระหนัก ถึงความฝันนั้น
เหมือนความฝันนั้น ... เหมือนจริง ๆ
เสียงกุกกักนั่น ก็อาจจะเป็นเสียงของโครงกระดูกผีเหมือนในฝันของฉันก็ได้
ฉันหันหลังกลับ เตรียมเผ่นหนี ....
แต่มือสีขาวซีดข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจับไหล่ของฉัน และรั้งไม่ให้ฉันวิ่งหนีไปไหน
มือนั้นขาวซีดปราศจากสีสัน นอกจากเส้นเลือกที่เห็นทะลุผิวหนังขึ้นมาแล้ว สีเล็บก็ยังสีดำสนิท อีกทั้งผิวหนังของมันยังเหี่ยวย่นและผอมแห้งจนเห็นกระดูกที่โปนออกมา
ฉันจำไม่ได้ว่า ห้องสมุดมีบรรณารักษ์ที่แก่ขนาดนี้ ...
มือนั้นบีบไหล่ฉันเบา ๆ ก่อนจะแรงขึ้นเรื่อย ๆ
"มา...ทำ...อะ...ไร...ที่...นี่" เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากข้างหลัง ฉันรู้สึกขนลุกซู่ เสียงนั้นสั่นระริกเหมือนเสียงของคนแก่ เสียงหายใจฟืดฟาดของมันทำให้ฉันอกสั่นขวัญหาย ฉันจินตนาการไปถึงสัตว์ประหลาดที่ดูในภาพยนตร์เมื่อสามวันก่อน
ฉันกลั้นใจเอี้ยวตัวหันกลับไปมอง ... เจ้าของมือและเสียงปริศนา
และฉันก็ได้เห็น ...
ยายแก่คนหนึ่งใบหน้ายิ้มแย้มยืนอยู่เบื้องหน้า เธอขยับปากถามอีกครั้งด้วยคำถามเดิม ฉันอึ้งไปชั่วครู่ และเพ่งไปที่ร่างของหญิงชรา เธอสวมเสื้อสีเหลืองแสดงตัวว่าเป็นพนักงานทำความสะอาดของโรงเรียน
"เอ่อ ... ฉันมาหาคนน่ะค่ะ" ฉันตอบเธอไป ก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่เกาะอยู่บนใบหน้า "แล้ว...มีคนอยู่ในนี้อีกไหมคะ นอกจากคุณยาย"
"อืม...มีอีกสองคน"
"ใครคะ"
"นักเรียนหนึ่งคน กับบรรนารักษ์ ช่วยกันทำงานอยู่ตรงนู้นน่ะ แต่ไฟมันเสีย เลยเปิดไม่ได้" เธอตอบด้วยเสียงเย็นยะเยือก ขณะที่ชี้นิ้วเข้าไปข้างใน ตรงที่มีเสียงกุกกัก
ฉันกล่าวขอบคุณแล้วเดินไปที่ชั้นหนังสือที่หญิงชราชี้ ฉันไม่ชอบคนแก่เท่าไหร่นัก อีกทั้ง เมื่อครู่เธอยังทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น ฉันจึงทนยืนอยู่กับเธอนาน ๆ ไม่ได้
เสียงกุกกักดังขึ้น และฉันก็เห็นแสงไฟริบหรี่จากชั้นหนังสือ
พี่กายอยู่ที่นั่น เขากำลังช่วยบรรณารักษ์สาวเก็บหนังสือเข้าชั้นอยู่
"พี่กายคะ" ฉันเรียกเขาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะตะโกนใส่หน้าเขา
"หืม...อ้าว...ฝน มาได้ไง" เขายังยิ้มตอบได้โดยไม่สนใจใบหน้าบึ้งตึงของฉัน อีกทั้งยังทำงานจัดหนังสือต่อไป โดยไม่หยุดรอคำตอบจากฉันเลย
ตอนนั้นฉันรู้สึกโกรธและโมโหพี่กายมาก เขาเห็นฉันเป็นตัวอะไร เขาไม่แสดงอาการท่าทีใด ๆ เมื่อเจอหน้าบึ้ง ๆ ของฉัน เขาแทบจะไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นห่วงเขาแทบตาย เมื่อผสมกับความรู้สึกเมื่อครู่ที่ทำให้ฉันหัวใจแทบเต้นออกจากอกแล้ว มันทำให้ฉันฟิวส์ขาดในทันที
"ฉันอุตส่าห์ตามหาพี่ ฉันเป็นห่วสงพี่นะ!!!!" ฉันตะโกนใส่หน้าเขาจนพี่กายสะดุ้ง หนังสือในมือร่วงลงพื้น ฉันมองไปที่บรรณารักษ์สาว ท่าทีของเธอเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น มันยิ่งทำให้ฉันมีน้ำโห
"พี่ไม่สนใจฉันเลยใช่ไหม!!" ฉันมองหน้าพี่กายที่ออกงง ๆ เขาไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ
ฉันวิ่งไปที่ประตูทางออก และหยุดอยู่ที่ประตู เผื่อว่าใครบางคนอาจจะตามมาง้อ แต่ก็ไม่ ...
ฉันเริ่มออกวิ่งกลับบ้าน ด้วยน้ำตา .....
...........................................................
ภายในห้องที่มืดสลัว หญิงท้องแก่คนหนึ่งนอนล้มพับอยู่ที่พื้นเย็นเฉียบ รอบกายของเธอเต็มไปด้วยจอบ เสียม บัวรดน้ำ หรือแม้แต่พลั่วอันใหญ่ที่ใช้ขุดดิน เสียงเปิดประตูดังขึ้นเอี๊ยดอ๊าด ก่อนจะตามด้วยเสียงปิดประตูปัง หญิงท้องแก่ลืมตาขึ้นด้วยความสลึมสลือ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ แววตาและสีหน้าของเธอฉายแววหวาดกลัวและตื่นตระหนก
เงาดำของร่างผู้มาเยือนค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ ผมของผู้มาเยือนยาวสยาย ทรวดทรงของเงาดำฉายความเป็นหญิงออกมาอย่างชัดเจน ในมือขวาของเธอมีค้อนอันใหญ่ส่องประกายวาววับเมื่อต้องแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ส่วนอีกมือมีกล่องอุปกรณ์สีแดงสด มันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งมาจากข้างใน คงจะมีอะไรบางอย่างขนาดเล็ก ๆ อยู่เต็มกล่อง
หญิงสาวที่แผ่กายอยู่บนพื้นพยายามขยับตัวหนี แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองความต้องการของเธอ หญิงสาวอ้าปากพงาบ ๆ หวังเพื่อจะร้องเรียกให้ใครสักคนมาช่วย แต่สิ่งที่ออกมาจากลำคอก็มีเพียงลมปากเปล่าเท่านั้น
ผู้มาเยือนค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ กายของหญิงตั้งครรภ์ เธอเห็นหน้าของผู้มาเยือนชัดเจนขึ้น เธอเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง แววตาของเธออ่อนโยนแต่ซ่อนความน่าสะพรึงไว้ภายใน เธอใส่เสื้อสีขาว กับกระโปรงสีเทาในแบบยูนิฟอร์มของโรงเรียน เธอคงเป็นนักเรียนคนหนึ่ง
"สวัสดีค่ะ อาจารย์" นักเรียนสาวกล่าวทักทายด้วยเสียงเย็นยะเยือก รอยยิ้มปรากฏขึ้นพร้อมคำทักทาย แต่มันกลับทำให้ผู้โดนทักน้ำตาร่วง
หญิงท้องแก่คงเป็นอาจารย์ของเธอ แต่ทำไม......
กึก!
เสียงกล่องเครื่องมือถูกเปิดออก ข้างในมีตะปูเข็มเล็ก ๆ ที่ใช้กลัดสิ่งของจำนวนมาก นักเรียนสาวหยิบเอาตะปูเข็มอันแรกขึ้นมา แล้วจ่อมันไปที่ข้อมือของอาจารย์
แล้วตอกมันลงไปด้วยค้อนขนาดใหญ่ที่เธอเอามาด้วย
หนึ่งเล่ม... สองเล่ม...สามเล่ม... เธอตอกไล่จากข้อมือขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงต้นแขนด้านในของอาจารย์สาว แล้ววกไล่ลงมาแถวหน้าอกและซี่โครง คุณครูพยายามร้องครวญครางอยู่ตลอดแต่ไม่มีเสียง... เด็กสาวค่อยๆฝังตะปูเข็มให้อาจารย์ไปเรื่อยๆ บางจุดก็เผลอตอกเสียจนทะลุเข้าไปในร่างของคุณครูจนมิด
ตะปูเข็มเล่มสุดท้ายถูกตอกลงไปอย่างแรง แต่ดูเหมือนลูกศิษย์สาวจะยังไม่พอใจ จึงกระหน่ำทุบลงไปที่ตะปูเข็มเล่มนั้นอย่างหนักมือ จนผิวหนังบริเวณนั้นของอาจารย์ปรากฏรอยจ้ำเขียวคล้ำ เธอจึงพอใจแล้ววางค้อนลง
แล้วค่อย ๆ ล้วงเอาคัตเตอร์ขนาดพกพาจากกระเป๋าออกมาแทน ....
"มาสนุกกันหน่อย"
นักเรียนสาวพูดกลั้วหัวเราะ ขณะที่เอามีดคัตเตอร์ในมือกรีดหน้าท้องพอง ๆ ของอาจารย์สาวให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม แล้วถลกเอาแผ่นหนังบริเวณนั้นออกมา เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ซึมออกมาจากบริเวณที่ไม่มีผิวหนัง
"ล้างแผลกันก่อนนะคะ เดี๋ยวติดเชื้อ" เด็กสาวบอกร่างที่นอนน้ำตาไหลอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะเดินไปหยิบเอาฝักบัวใกล้ ๆ ที่ภายในบรรจุน้ำจนเต็ม ...
น้ำ...
"น้ำเกลือเข้มข้น ล้างแผลได้สะอาดดีนะคะ"
เด็กสาวค่อย ๆ รดน้ำเกลือจากฝักบัวลงไปที่แผลนั้น ดวงตาของครูสาวเบิกโพลงในทันทีด้วยความเจ็บแสบทรมาน น้ำเกลือเข้มข้นกำลังกัดแผลของครูสาว
เสียงหัวเราะดังมาจากคนที่พอใจในผลงานของตน เธอวางบัวรดน้ำลง ก่อนจะค่อย ๆ กรีดซ้ำที่แผลนั้นอีกครั้งด้วยคัตเตอร์ แรงกดที่มากขึ้นทำให้เกิดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ที่มองเห็นภายในร่างกายของครูสาว
"ลูกอาจารย์จะน่ารักไหมนะ?" เธอแกล้งถามอาจารย์ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นครูสาวสลบไปแล้ว "อย่าหลับสิคะ!!"
นักเรียนสาวเอ็ดเสียงดัง ก่อนจะจ้วงแทงหน้าท้องของอาจารย์สาวอย่างแรงจนแผลฉีกออกเป็นแผลขนากใหญ่ ที่มองเห็นเครื่องในของครูสาวได้อย่างชัดเจน เจ้าของร่างที่ถูกทรมานสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความเจ็บปวด
นักเรียนสาวยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นอาจารย์ของตนตื่นขึ้น เธอค่อย ๆ เอามือล้วงเข้าไปในช่องท้องที่ถูกเปิดออกเมื่อครู่ แล้วล้วงเอาไส้ยาว ๆ ออกมาจากช่องท้องของคุณครูแล้วยื่นไปให้เจ้าของอวัยวะดู กลิ่นคาว ๆ ของมันทำให้เจ้าของไส้อาเจียนในทันที
"อ้าว ... อาจารย์เป็นอะไรไปคะ อ๋อ สงสัยแพ้ท้องอยู่ กินอะไรแก้แพ้หน่อยไหมคะ" นักเรียนสาวถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังคล้ายเป็นห่วง แต่การกระทำกลับไม่ใช่ ... เธอค่อย ๆ ยัดเอาไส้ที่อยู่ในมือของตนเข้าไปในปากของครูสาว เธอยัดเข้าไปเรื่อย ๆ จนครูสาวอาเจียนออกมาอีกครั้ง
เลือดสีแดงปนออกมากับอาเจียนของอาจารย์
แต่นักเรียนสาวไม่สนใจ เธอปล่อยมือออกจากไส้ปล่อยให้มันคาปากอาจารย์ไว้อย่างนั้น แล้วเพ่งความสนใจไปที่ช่องท้องของอาจารย์แทน
"ชักอยากจะเห็นหน้าลูกอาจารย์แล้วสิ จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะ?"
เธอแหวกแผลที่หน้าท้องนั้นให้กว้างออก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปควานหาอะไรบางอย่าง เธอควานหาอยู่สักพักโดยไม่ได้สนใจเลยว่าใบหน้าของอาจารย์สาวกำลังเปลี่ยนไป เลือดกำลังทะลักออกจากปากของเธอเหมือนท่อน้ำปะปาแตก นักเรียนสาวควานหาสักพักก็เจอสิ่งที่เธอตามหาอยู่
เธอหยิบมีดด้วยอีกมือแล้วกรีดลงไปที่อวัยวะนั้น มันคือมดลูก หลังจากที่กรีดจนมดลูกฉีกขาดจนหมด เธอก็เห็นตัวอ่อนของทารกวัย 7 เดือนอยู่ข้างใน ...
"น่ารักจริง ๆ นะคะ" เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมีเลศนัย ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเอาบัวรดน้ำนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ...
แล้วราดลงไปที่ตัวเด็ก ...
ตัวอ่อนของทารกวัย 7 เดือนดิ้นพล่านไปมาอยู่ในมดลูก น้ำเกลือเข้มข้นพิเศษคงจะกัดกร่อนผิวหนังของเขาอย่างรุนแรง เขาคงแสบทรมานมาก เพราะบางครั้งเขาก็ดิ้นแรงจนน้ำคล่ำกระฉอกออกมาจากมดลูก
น่าเสียดายที่เขาคงจะตายตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก ... ช่างเถอะเพราะตอนนี้น้ำเกลือก็คงจะกัดกร่อนตาเขาไปแล้ว เพราะมันเป็นส่วนที่บอบบางขนาดนั้น
เด็กสาวละสายตาออกจากทารกน้อย แล้วเดินไปหยิบคัตเตอร์ขึ้นมากระหน่ำกรีดลงบนผิวหนังชของครูสาวจนเหวอะหวะไปทั้งร่าง เด็กสาวยิ้มให้กับผลงานของตน ก่อนจะหยิบบัวรดน้ำขึ้นมาแล้วรดไปทั่วร่างของอาจารย์
เธอดิ้นพล่านพร้อมกับกรีดร้องทั้ง ๆ ที่ไม่มีเสียง ... เด็กสาวไม่สนใจ เธอเดินไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์ และเลือกกรรไกรตัดกิ่งไม้กลับมาที่อาจารย์ที่ดิ้นพล่านอยู่
เด็กสาวนั่งคล่อมตัวอาจารย์ เธอหงุดหงิดเล็กน้อยที่อาจารย์ไม่หยุดดิ้น เธอมองไปที่ช่องระบายอากาศข้างบน ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงแล้ว เธอมีเวลาเหลืออีกไม่นาน เด็กสาวก้มลงไปจูบที่หน้าผากของอาจารย์ แล้วเอากรรไกรตัดกิ่งไม้นั้นตัดที่จมูกของครูสาวจนมันหลุดออกมาจากใบหน้าของเธอ
เลือดสีแดงสดพุ่งเป็นน้ำพุออกจากใบหน้าส่วนที่เคยมีจมูกของครูสาว
นักเรียนสาวล้วงแผลนั้นด้วยสองนิ้ว แล้วควานหาอะไรสักอย่างในรูจมูกของอาจารย์ เธอยิ้มเมื่อพบสิ่งที่เธอหา
นักเรียนสาวคีบสมองออกมาจากรูจมูกของครูสาวด้วยสองนิ้วนั้น ....
จบตอน 3
edit @ 2006/06/08 23:29:15